Thaiware.com ศูนย์รวม ซอฟต์แวร์ อันดับ 1 ของไทย
Facebook  Twitter  YouTube  News Letter  Rss Feed
ติดตามไทยแวร์ได้ที่นี่
  
 

 

รวมลิ้งค์ เว็บไซต์ธรรมะ ที่น่าสนใจ
ธรรมดาดอทเน็ต (ความเรียบง่าย คือธรรมะ) ธรรมดาดอทเน็ต (ความเรียบง่าย คือธรรมะ)
ดาวน์โหลดเสียงธรรม ธะธรรมชาติ ดาวน์โหลดเสียงธรรม ธะธรรมชาติ
หนังสือทำบุญ หนังสือทำบุญ
มหาหมอดู มหาหมอดู
ธรรมะออนไลน์ ธรรมะออนไลน์
ธรรมะดิลิเวอรี่ ส่งถึงที่ ซึ้งถึงใจ ธรรมะดิลิเวอรี่ ส่งถึงที่ ซึ้งถึงใจ
สำนักปฏิบัติธรรม มณีตรัยรัตน์ สำนักปฏิบัติธรรม มณีตรัยรัตน์
สถานีธรรมะ ท่าน ว.วชิรเมธี สถานีธรรมะ ท่าน ว.วชิรเมธี
Palungjit (พลังจิต) Palungjit (พลังจิต)
เว็บแสงประกาย เว็บแสงประกาย

(ดูลิ้งค์เพิ่มเติม)
  THAIWARE Dharma | รายละเอียด บทความ บทสวด บทคาถา ธรรมะ
เลือกขนาดตัวอักษร ขนาดตัวอักษร :  ก   ก   ก   ก 

อนุทินจาก เนปาล ถึง อินเดีย

 

    Share  
 

 

หลังจากที่รับใช้พ่อปู่ชีวกฯ มากกว่าห้าปี ปู่จึงได้มีโอกาสเดินทางไกล ด้วยเจตจำนงของท่าน อินเดียคือพันธะกิจที่ปู่ต้องเดินทางไปสาเหตุที่ต้องไปนั้น เกิดจากการที่ปู่รักษาผู้คนเป็นจำนวนมาก บุญบารมีที่สร้างมากขึ้นๆ เปรียบเหมือนการสร้างวิหาร ที่เริ่มจากฐาน ค่อยๆสูงขึ้นเรื่อยๆ จนวันหนึ่งเริ่มโดดเด่น เป็นที่สังเกตของเหล่าพญามารทั้งหลาย ด้วยการสร้างบุญบารมีเป็นงานของเทพและโพธิสัตว์ ปู่จึงถูกเล่นงาน ช่วงปลายปี ๕๒ ปู่เจ็บป่วยอยู่เกือบ ๓ เดือน จึงหลุดพ้นออกมาได้ ปู่จึงต้องกลับไปขอบารมี และเชื่อมต่อกับสิ่งศักดิ์ที่เคยมีมาในอดีต

วิธีง่ายๆ ที่จะไปอินเดียของปู่ ก็คือไปกับทัวร์ ปู่จึงเสี่ยงทายเลือกในอินเตอร์เน็ต เลือกอยู่หลายวันได้มาทริปหนึ่ง เริ่มจากเนปาลและค่อยๆลงไปอินเดีย ชื่อบริษัททัวร์ภายหลังมารู้ว่าคำแปลคือบุญและบารมี เจ้าของคงตั้งใจให้เป็นไปด้วยบุญกุศล เริ่มต้นเดินทางในวันที่ ๑๔ มีนาคม ๕๓ เพื่อนร่วมเดินทาง ๑๕ คน เป็นพระ ๓ รูป และสมทบอีก ๑ รูปที่อินเดีย ในการเดินทางครั้งนี้ พ่อปู่ชีวกฯบอกปู่ว่า จะได้พบกับโยมหญิงญาติธรรมในอดีต ซึ่งต่อมาได้พบและที่ทำให้แน่ใจ เพราะเธอเห็นนิมิตตัวพ่อปู่ชีวกฯหลายครั้ง ท่านคงแสดงให้เห็นเพื่อบอกอะไรบางอย่างแก่เรา

ปู่เริ่มเดินทาง วันแรก ในเช้าวันอาทิตย์ที่ ๑๔ มีนาคม ๕๓ จากสนามบิน สุวรรณภูมิบินไปลงสนามบินตรีภูวัน เมืองกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล จากนั้นเราเดินทางผ่านเมืองไปถึงเทวาลัยปศุปฎินาถ เราอยู่คนละฝั่งแม่น้ำบัคมาตี มองดูการทำพิธีเผาศพของชาวฮินดูที่นี้ จากนั้นเดินทางไปไหว้มหาสถูปโพธินาถ ได้เห็นด้วงตาแห่งธรรมทั้งสี่ทิศ ดูแล้วประทับใจอิ่มใจ ก่อนอาหารค่ำ เราไปช๊อปปิ้งที่ย่านทาเมล มีร้านเล็กๆ สองฝั่งถนนมากมาย มีของถูกใจหลายอย่างแต่ไม่รู้จะขนอย่างไรไหว หลังจกนั้นเราได้ลิ้มรสอาหารไทยในต่างแดน ดูแปลกๆ ด้วยฝีมือแม่ครัวชาวเนปาล

วันที่สอง เราได้ไปจัตุรัสเมืองกาฐมาณฑุ ชื่อดูร์บาร์สแควร์ เป็นบ้านเรือนและเทวาลัยต่างๆของชาวฮินดูที่สำคัญเค้าจะพาไปดูกุมารีที่วัดกุมารี แต่เสียดายที่ไม่ได้พบ เราเดินทางออกจากกาฐมาณฑุ กว่าจะออกนอกเมืองได้รถติดค่อนข้างมาก ที่นั้นการบีบแตรรถเป็นเรื่องธรรมดามาก ดังสนั่นหวั่นไหว การขับรถก็ดูไม่มีระเบียบ แต่ก็ไม่มีใครถือสากัน เส้นทางคดเคี้ยวมาก มีแต่หุบเขาน่าเสียวไส้ การเดินทางสิ้นสุดที่นาคาโกฏ ซึ่งสูงกว่า ๒๐๐๐ เมตร จากระดับน้ำทะเล เราต้องเดินเท้าขึ้นถึงที่พัก เป็นโรงแรมเล็กๆดูสวยงาม ทิวทัศน์มองเห็นเทือกเขาหิมาลัย แต่น่าเสียดาย ไม่ได้เห็นยอดเขาเอเวอร์เรสต์ เพราะอากาศขมุกขมัวเกินไป คืนนั้นหนาวไม่มาก เราได้รับถุงน้ำร้อนคนละใบใส่ไว้ใต้ผ้าห่ม อุ่นสบายดี

วันที่สาม ตื่นแต่เช้า เดินทางย้อนกลับมาที่กาฐมาณฑุทางค่อนข้างไกล ไปถึงโภคราในตอนเย็น ได้ล่องเรือในทะเลสาปเฟวาได้มองเห็นยอดเขามัชฉาปูชเร รูปร่างเหมือนหางปลามาก และและช๊อปปิ้งอีกหน่อย จึงกลับเข้าที่พัก

วันที่สี่ นัดกันแต่เช้านั่งรถขึ้นเขาไปชมพระอาทิตย์ที่ซารางโกฏได้เห็นยอดเขาหางปลาชัดเจนขึ้น จากเมื่อวานที่เราเห็นจากมุมต่ำที่ทะเลสาบ คราวนี้มองเห็นเป็นรูปร่างปลาวาฬขนาดใหญ่เล่นน้ำกระดกหางขึ้น จากนั้นเดินทางต่อสถานที่ประสูติที่ลุมพินีวัน ในมายาเทวีวิหาร เวลานั้นใกล้พบค่ำ เราสวดมนต์กันท่ามกลางแสงเทียน เวียนรอบเสาอโศกและนำผ้าสีทองไปผูกไว้รอบรั้วจากนั้นเราเดินเท้าฝ่าความมืดขึ้นรถกลับที่พัก

วันที่ห้า เดินทางออกจากเนปาล เข้าสู่อินเดียไปกุสินาราแวะผ่านวัดพุทธวิหาร ๙๖๐ ที่นี้เน้นห้องน้ำอย่างดี และมีของที่ระลึกมากมาย ที่สำคัญโรตีอร่อย จากนั้นเราเดินทางถึงพระพุทธวิหารปรินิพพานสถาน ที่ดับขันปรินิพพานของพระพุทธเจ้า ไปต่อที่พระพุทธวิหารปรินิพพาน ซึ่งมีพระพุทธรูปไสยยาสน์ปางปรินิพพานและไปที่มกุฏพันธเจดีย์ สถานที่ถวายพระเพลิงพระพุทธเจ้า เดินดูไปรอบจนยามเย็นจึงกลับที่พัก

วันที่หก เราเดินทางผ่านเข้าสู่อินเดีย ถนนหนทางดีขึ้นมากถึงกรุงพารานาสีตอนช่วงค่ำ ตามรายทางเห็นร้านรวงชองชาวอินเดียดูแออัดผู้คนขวักไขว่สมกับเป็นเมืองเก้าแต่โบราณมา

วันที่เจ็ด ถูกปลุกตื่นแต่เช้ามืดไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่แม่น้ำคงคาได้ล่องเรือชมปราสาทราชวังตามแนวแม่น้ำ บรรยากาศตอนเช้าดูสดชื่น แต่เมื่อเข้าใกล้ๆที่ทำพิธีเผาศพ พลังของภูมิผีวิญญาณรุ่นแรงมาก หลายคนมีอาการพะอืดพะอม วันนั้นปู่ได้ปล่อยปลาลงในแม่น้ำและลอยกระทงไฟเพื่อบูชแม่คงคา จากนั้นเดินทางถึงสถูปเจาคันทีสถานที่พระพุทธเจ้าเสด็จมาพบปัญจวัคคีย์ จากนั้นเดินทางถึงป่าอิสิปตนมฤคทายวัน และเป็นที่ตั้งของธัมเมกขสถูปสถานที่ปฐมเทศนาแก่เหล่าปัญจวัคคีย์ เราอยู่ที่นั้นจนมืดค่ำยามเป่านกหวีดไล่บอกให้ออกไปได้แล้ว แต่พอเอาปัจจัยแจกให้ยามเราก็อยู่ต่อจนเสร็จธุระ จึงเดินออกมาเป็นกลุ่มสุดท้าย

วันที่แปด รุ่งเช้าเดินทางขึ้นเขาคิชกูฏ เป็นเขาไม่สูงมากนักพอเดินกันได้ จุดสูงสุดของเขาเป็นมูลคันธกุฏีของพระพุทธเจ้ามองลงไปเห็นทิวทัศน์โดยรอบสวยงาม จุดนี้เข้าใจว่า เป็นที่ที่พระเจ้าพิมพิสารมองเห็นจากคุก ที่คุมขังพระองค์ จากนั้นเราเดินทางแวะชีวกัมพวันวนาราม ที่มองเห็นเป็นแนวกำแพงเตี๊ยๆ ให้มองรู้ว่าเป็นอาคารขนาดใหญ่ มีโถงกลางแบ่งเป็นซ้ายขวาเท่าๆกัน ปู่คิดว่าส่วนหนึ่งพ่อปู่ชีวกฯท่านใช้รับรองรักษาพระสงฆ์ ส่วนอีกด้านน่าจะเป็นชาวบ้านทั่วไป จากนั้นเดินทางต่อสู่มหาวิทยาลัยสงฆ์นาลันทาดูใหญ่โตกว้างขวางมาก ต่อมาได้นั่งรถม้าผ่านไปตามทุ่งนาเพื่อไปไหว้พระพุทธเจ้าองค์ดำ แกะสลักจากหินสีดำมีความศักดิ์สิทธิ์มาก สร้างโดยพระเจ้าเทวาปาลราวพุทธศตวรรษที่ ๑๓ พระพุทธเจ้าองค์ดำเป็นองค์เดียว ที่หลุดรอดจากการทำลายของพวกมุสลิม และไม่ถูกนำไปประเทศอังกฤษ

มีการเล่ากันว่า ได้มีความพยายามหลายครั้ง ที่จะย้ายท่านออกไปแต่ไม่สามารถทำได้ ด้วยเกิดเหตุอัศจรรย์ขัดขวางทุกครั้ง ชาวอินเดียในบริเวณนั้นนับถือท่านมาก และเฝ้าดูแลท่านสืบมา เขาเรียกท่านว่าหลวงพ่ออ้วน ดูท่านอุดมสมบรูณ์จริงๆ หรือบางทีเขาเรียกหลวงพ่อน้ำมัน ที่เป็นอย่างนั้นเพราะชาวบ้านนำเอาน้ำมันเนยใส มาทาตามตัวท่าน เมื่อไม่สบาย เจ็บป่วย ปวดเมื่อยไม่สบาย พอได้น้ำมันจากองค์ท่านมาทาตามตัวก็หาย จึงเป็นที่ล่ำลือมานาน

ครั้งแรกที่มองเห็นท่านน้ำตาของปู่ไหลพรากออกมาโดยไม่รู้ตัว เมื่อต้องจากลา ปู่ยังร้องไห้สะอึกสะอื้นอีกพักใหญ่ แปลกประหลาดมาก คงเป็นสายสัมพันธ์แต่อดีตชาติที่ผูกพันกันมา มาพบท่านอีกครั้ง จึงเหมือนคนที่จากกันไปนานแสนนาน ไม่คิดว่าจะได้พบกันอีก นี่คงเป็นสิ่งที่พ่อปู่ชีวกฯท่านต้องการให้ปู่มาพบเจอ ช่วงเย็นเดินทางผ่านแม่น้ำเนรัญชราดูกว้างขวางมาก แต่แห้งผาก มองผ่านแนวป่า เห็นพระมหาเจดีย์พุทธคยาตั้งเด่นเป็นสง่า ซึ่งบริเวณนั้น คงเป็นช่วงที่พระพุทธเจ้าเสด็จข้ามแม่น้ำไปฝั่งตรงกันข้าม ประทับที่ต้นพระศรีมหาโพธิ์และสำเร็จพระโพธิญาณเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อเราเข้าไปถึงพระมหาเจดีย์พุทธคยา ภายในมีพระพุทธเมตตา ท่านงดงามมากเป็นพระพุทธรูปแบบมหายาน สร้างในช่วงเดียวกับพระพุทธเจ้าองค์ดำแกะสลักจากหินดำ ต่อมาภายหลังมีการลงรักปิดทองอร่ามไปทั้งองค์เล่ากันว่าในสมัยที่มีความพยายามล้มล้างพุทธศาสนา ได้มีคำสั่งให้ทำลายพระพุทธรูปที่ประชาชนนับถือเป็นอันมาก จนกระทั่งมาถึงพระพุทธเมตตา คนที่ถูกสั่งให้เข้าไปทุบทำลาย ได้มองเห็นใบหน้าที่เต็มเปี่ยมด้วยความเมตตาของท่าน ทำให้ไม่สามารถตัดใจทำลายได้จึงก่อผนังอิฐปิดไว้ แต่ในความเห็นของปู่เขาคงไม่ใจดีขนาดนั้นหรอกปู่คิดว่าน่าจะเป็นชาวพุทธ และพระในสมัยนั้นช่วยกันก่อผนังปิดบังท่านไว้ หวังใจให้คนรุ่นหลังมาค้นพบ

ภายหลังชาวพุทธทั่วโลกได้ช่วยกันฟื้นฟูพระพุทธศาสนาในอินเดีย โดยได้เข้าไปบูรณะพระมหาเจดีย์พุทธคยาจึงพบท่าน และเป็นพระพุทธรูปที่ชาวพุทธทั่วโลกนิยไปสักการะองค์หนึ่ง หลังจากไหว้พระเดินดูรอบๆ จนค่ำมีหลายคนแสดงความประสงค์ขออยู่ในพระมหาเจดีย์ฯ และในนั้นรวมปู่ด้วย ปู่เดินจงกรมรอบเจดีย์เก้ารอบ ความยาวรอบละประมาณ๘๐๐ เมตร ได้กระมัง และได้นั่งสมาธิด้านหลังของพระมหาเจดีย์ฯใกล้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ นั่งอยู่ทั้งคืน ตี ๔ จึงกลับที่พัก

วันที่เก้า หลังอาหารเช้า ขณะที่นั่งรออยู่ที่โถงของโรงแรมปู่เผลอหลับไป ทุกคนพากันขึ้นรถเตรียมเดินทาง ขาดปู่ไปคนหนึ่งเขาตามหากันวุ่นวาย แต่แปลกที่ไม่มีใครเห็นปู่ จนกระทั่งมีคนเห็นรองเท้าเก่าๆ ของปู่ จึงรีบเข้าไปปลุกให้ไปขึ้นรถ เหตุผลหนึ่งที่ปู่เลือกทัวร์นี้ก็คือจำนวนคนไม่มากนัก เขาดูแลเราได้อย่างดีและอีกอย่างปู่เหมือนคนบ้านนอกไม่ค่อยได้ไปไหน มีความซุ่มซ่ามอยู่พอสมควรต้องให้ใครต่อใครเป็นห่วงอยู่เสมอ จากนั้นเราเดินทางไปลาพระพุทธเมตตา ออกจากมหาเจดีย์พุทธคยา แวะชมวัดพุทธนานาชาติ และเดินทางต่อไปยังวัดไทยพุทธคยา หลังจากนั้นออกเดินทางไปยังสนามบินพุทธคยา และบินกลับด้วยสายการบินไทย ถึงสนามบินสุวรรรณภูมิในวันที่ ๒๒ มีนาคม ๕๓ กลับถึงศรีราชาโดยสวัสดิภาพ ปู่ขอให้พวกเราอนุโมทนาบุญ และรับบุญทั่วๆกันและขอจบการจาริกแสวงบุญไว้เพียงเท่านี้




THAIWARE Dharma | นำข้อมูลบทความออก !  นำข้อมูลออกพิมพ์ !

THAIWARE Dharma | นำข้อมูลออก โดยการพิมพ์ (Print Article by Printable View)    THAIWARE Dharma | นำข้อมูลออกสู่ MS.Word (Export Article to MS.Word)    THAIWARE Dharma | นำข้อมูลออกสู่ ไฟล์เอกสาร PDF (Export Article to PDF Format Document)
 

THAIWARE Dharma | กลับสู่หน้าแรก ไทยแวร์ธรรมะ
 

 

 

 

  THAIWARE Dharma | ส่งความคิดเห็นจากทางบ้าน !
หัวข้อ เนื้อหา ข้อตกลง
  ความคิดเห็น* :

หมายเหตุ : กรอกรายละเอียดของบทความเข้าไป (ไม่รับ HTML Code) สามารถกด Enter ขึ้นบรรทัดใหม่ได้
  ห้ามโพสข้อความ !

  ที่มีการพาดพิงถึงสถาบัน พระมหากษัตริย์และราชวงศ์

  ที่ก่อให้เกิดความเสียหาย หรือส่งผลต่อ ความมั่นคงของประเทศ

  ที่ส่อไปทางลามก อนาจาร หรือผิดศีลธรรม

  ที่ถือเป็นการ ละเมิดลิขสิทธิ์ ผิดกฎหมาย

  ที่เป็นความผิด เกี่ยวกับการก่อการร้าย ตามประมวลกฎหมายอาญา

  ที่มีการพาดพิงถึงสถาบัน พระมหากษัตริย์และราชวงศ์

  ที่ผิดต่อ พรบ. ว่าด้วยการกระทำผิด เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๑
  ชื่อ / อีเมล์* :

หมายเหตุ : "นาย สมชาย รักธรรม" หรือ "somchai.r@gmail.com"
  รหัสยืนยัน* :

 
ฉันยอมรับข้อตกลงที่กล่าวมา ภายในหน้านี้ ทั้งหมด
 
Thaiware Communication Co.,Ltd.

Thaiware Communication Co.,Ltd.

Copyright 1999-2017 Thaiware.com All rights reserved.
E-Commerce Registration Number : 0108414736771
เลขประจำตัวผู้เสียภาษี / Tax ID : 010-554-707-3996