Thaiware.com ศูนย์รวม ซอฟต์แวร์ อันดับ 1 ของไทย
Facebook  Twitter  YouTube  News Letter  Rss Feed
ติดตามไทยแวร์ได้ที่นี่
  
 

 

รวมลิ้งค์ เว็บไซต์ธรรมะ ที่น่าสนใจ
ธรรมะดิลิเวอรี่ ส่งถึงที่ ซึ้งถึงใจ ธรรมะดิลิเวอรี่ ส่งถึงที่ ซึ้งถึงใจ
เว็บแสงประกาย เว็บแสงประกาย
สถานีธรรมะ ท่าน ว.วชิรเมธี สถานีธรรมะ ท่าน ว.วชิรเมธี
ดาวน์โหลดเสียงธรรม ธะธรรมชาติ ดาวน์โหลดเสียงธรรม ธะธรรมชาติ
ธรรมะออนไลน์ ธรรมะออนไลน์
ธรรมดาดอทเน็ต (ความเรียบง่าย คือธรรมะ) ธรรมดาดอทเน็ต (ความเรียบง่าย คือธรรมะ)
มหาหมอดู มหาหมอดู
หนังสือทำบุญ หนังสือทำบุญ
Palungjit (พลังจิต) Palungjit (พลังจิต)
สำนักปฏิบัติธรรม มณีตรัยรัตน์ สำนักปฏิบัติธรรม มณีตรัยรัตน์

(ดูลิ้งค์เพิ่มเติม)
  THAIWARE Dharma | รายละเอียด บทความ บทสวด บทคาถา ธรรมะ
เลือกขนาดตัวอักษร ขนาดตัวอักษร :  ก   ก   ก   ก 

พระโพธิสัตว์ในหทัยราษฎร์

 

    Share  
 


(กดตรงนี้เพื่อดูรูปภาพขนาดเต็ม)
 

 


พระโพธิสัตว์ในหทัยราษฎร์
 
หลายคนคงเคยคิดว่าเมื่อคุณพ่อคุณแม่ชราหรือเจ็บป่วย เรายอมลดทอนอายุเพื่อให้ท่านมีอายุยืนนาน แต่เมื่อพระเจ้าแผ่นดินทรงพระชราหรือทรงพระประชวร คนไทยมากกว่าครึ่งประเทศคงยินดีลดทอนอายุหรือถวายชีวิตเพื่อพระองค์ เพราะท่านไม่ใช่เพียงพ่อหลวงผู้มีพระคุณยิ่งของเรา แต่พระองค์คือพระโพธิสัตว์ในหทัยราษฎร์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  บรมนาถบพิตร สวรรคต เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม 2559 ยังความโศกสลดยิ่ง ดุจนาวาขาดหางเสือ ไร้ทิศทางจะไปแก่ทวยราษฎร์ของพระองค์ยิ่งนัก
 
คนไทยเทิดทูนองค์พระมหากษัตริย์ดุจดังพระโพธิสัตว์ ผู้จะตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในอนาคตกาล และมีชีวิตร่มเย็นอยู่ภายใต้ร่มแห่งพระบรมโพธิสมภาร  โดยทั่วไปมักเข้าใจ คำว่า “โพธิสมภาร” ในหมายความของ บุญบารมีของพระมหากษัตริย์
 
แต่คำ “โพธิสมภาร” นี้มีรากลึกทางพระพุทธศาสนา “เพ็ญชมพู” อธิบายไว้ใน “เรือนไทย.วิชาการ.คอม” ว่า “...หากพิจารณาแยกออกเป็น 2 คำจะได้ความมากกว่า  โพธิ หมายถึง ความตรัสรู้ ส่วน สมภาร โดยทั่วไปเราจะนึกถึงพระที่เป็นเจ้าอาวาสวัด แต่โดยรากศัพท์ก็สามารถแยกออกมาได้เป็นอีก 2 คำคือ สํ หมายถึง พร้อม และ ภาร เป็นคำเดียวกับ ภาระ หมายถึงสิ่งที่หนัก  ดังนั้น  พระบรมโพธิสมภาร จึงแปลว่า “หน้าที่อันประเสริฐและยิ่งใหญ่ที่จะแบกสิ่งที่หนักเพื่อพร้อมสำหรับการตรัสรู้" ผู้ที่เตรียมพร้อมจะตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในทางพุทธศาสนาคือ พระโพธิสัตว์ ตรงตามคติโบราณว่า พระมหากษัตริย์ก็คือพระโพธิสัตว์นั่นเอง  ปัจจุบันพระมหากษัตริย์ไทยก็ทรงเป็นพุทธมามกะและทรงเป็นอัครศาสนูปถัมภกด้วย หมายถึงทรงอุปถัมภ์ทุกศาสนาอยู่แล้ว จึงไม่น่าจะ "ตะขิดตะขวงใจ" ที่จะใช้คำว่า "ใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาร" กับคนทุกศาสนา แต่สำหรับพระมหากษัตริย์ในประเทศอื่นซึ่งไม่ทรงนับถือพุทธศาสนา คงไม่เหมาะที่จะใช้คำนี้”
 
(ขอบคุณ http://www.siamrath.co.th/n/4725)
 
พระโพธิสัตว์ หมายถึง  ผู้ที่ข้องอยู่ในการที่จะได้ตรัสรู้สภาพธรรมตามความเป็นจริง มี 3 ประเภท คือ  
 
1. สัพพัญญูโพธิสัตว์ หรือ สัมมาสัมพุทธโพธิสัตว์ คือ ผู้ที่บำเพ็ญพระบารมีมาเพื่อตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้สภาพธรรมตามความเป็นจริง แล้วทรงแสดงพระธรรมเพื่อให้ผู้อื่นได้รู้ตาม 
 
2. ปัจเจกโพธิสัตว์ คือ  ผู้ที่บำเพ็ญพระบารมีเพื่อตรัสรู้เป็นพระปัจเจกพุทธเจ้า ตรัสรู้สภาพธรรมได้ด้วยตนเอง แต่ไม่สามารถสอนให้ผู้อื่นรู้ตามได้    
 
3. สาวกโพธิสัตว์ หรือ อนุพุทธโพธิสัตว์ คือ ผู้บำเพ็ญบารมี เพื่อตรัสรู้ธรรม เป็นสาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
 
พระโพธิสัตว์ ล้วนเป็นผู้ได้อบรมสะสมบารมี (ธรรมอันจะทำให้ถึงซึ่งฝั่งคือการดับกิเลส) ประการต่าง ๆ มีทานบารมี เป็นต้น  มาแล้วทั้งนั้น ไม่ใช่จะได้บรรลุในทันทีทันใด ต้องสะสมเหตุที่จะทำให้ได้บรรลุ เป็นระยะเวลาอันยาวนาน อย่างเช่นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  พระองค์ทรงบำเพ็ญพระบารมีเป็นระยะเวลา สี่อสงไขยแสนกัปป์ อันเป็นระยะเวลาที่นานมาก ช่วงเวลาก่อนที่จะได้ทรงตรัสรู้นั้น กิเลสยังมีอยู่ครบ  จนกว่าจะถึงเวลาที่ได้ทรงตรัสรู้ จึงจะสามารถดับกิเลสทั้งปวงได้อย่างหมดสิ้น ไม่มีการเกิดอีกเลยในสังสารวัฏฏ์
 
พระจริยาวัตร อันเป็นความประพฤติเป็นไปของพระโพธิสัตว์ในช่วงเวลาที่ทรงบำเพ็ญพระบารมี นั้น  ควรค่าที่ชาวพุทธจะได้อ่านได้ศึกษา และ น้อมประพฤติปฏิบัติตามเป็นอย่างยิ่ง เพราะแสดงถึงความดี ที่ควรอบรม ทั้งนั้น ซึ่งนอกจากจะได้ศึกษาจาก พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย จริยาปิฎก แล้วในชาดกต่าง ๆ  ก็ควรจะได้อ่านได้ศึกษาด้วยเช่นกัน ซึ่งจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่ได้ศึกษาเป็นอย่างยิ่ง
 
(ขอบคุณ เว็บไซต์ www.dhammahome.com)
 
พระโพธิสัตว์ ต้องบำเพ็ญบารมี 30 ทัศ  (คำว่าทัศ  ทศ ภาษาบาลี เป็น ท ศ  แปลว่า 10) คือ บารมี 10 อุปบารมี 10 และปรมัตถบารมี 10 รวมเป็น 30 ประการ ทุกๆ พระองค์
 
บารมี หมายความว่า ธรรมะที่ให้ถึงฝั่ง ฝั่งอันนี้หมายความถึงพระนิพพาน การบำเพ็ญกุศลธรรมเพื่อให้ถึงฝั่ง (ความดีที่จะทำให้ถึงการรู้แจ้งอริยสัจธรรม) บารมี มี 10 อย่าง หากมีกำลังกล้ากว่านี้ เรียกว่า อุปบารมี ถ้ามีกำลังประณีตที่สุดเรียกว่า ปรมัตถบารมี ยกตัวอย่าง เช่น เราให้ทาน วัตถุทานภายนอกทั้งหมดเลย เรียกว่า ทานบารมี ถ้าให้อวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่ง เรียกว่า อุปบารมี มีกำลังกล้ากว่า เพราะ ร่างกายเราสำคัญกว่าวัตถุภายนอก ถ้าให้ชีวิต สละชีวิต เป็นปรมัตถบารมี เพราะชีวิตเป็นสิ่งที่รักที่สุด หวงแหนที่สุด ให้ได้ยากที่สุด สำหรับอุปบารมี และปรมัตถบารมี นั้น ในแต่ละพระชาติของพระโพธิสัตว์ อาจไม่ได้บำเพ็ญ หรือบำเพ็ญเพียงบางบารมี หรือ บารมีใดบารมีหนึ่ง (โปรดศึกษาในชาดกและทศชาติ เพิ่มเติม) ทศบารมี 10 ประการคือ
 
1. ทานบารมี (การให้โดยไม่หวังผล มี 3 อย่าง คือ อามิสทาน อภัยทาน ธรรมทาน)
 
1.1 อามิสทาน การให้วัตถุ สิ่งของ ทรัพย์สินต่างๆ คน หรือสัตว์ ที่มีอยู่แก่ผู้ต้องการ
 
1.2 อภัยทาน การให้อภัย ไม่ถือโทษ ไม่ผูกโกรธ พยาบาท อาฆาตหรือมาดร้ายผู้ใด
 
1.3 ธรรมทาน การให้ธรรมะ ให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น  คล้อยตามพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง  ด้วยการตั้งธรรม  ๕ ประการไว้ในใจ  แล้วจึงแสดงธรรมแก่ผู้อื่น   คือ แสดงธรรมไปโดยลำดับ   แสดงอ้างเหตุผล    มุ่งประโยชน์แก่ผู้อื่นด้วยความมีเมตตา   เป็นผู้ไม่เพ่งในการได้ลาภสักการะ   และ ไม่แสดงธรรมด้วยการยกตนเองหรือกระทบผู้อื่น    
 
2. ศีลบารมี (ความเป็นไปตามปกติ ที่เป็นกุศล เป็นความดี)
 
3. เนกขัมมะบารมี (การละความพอใจในกาม ไม่ผูกโกรธ ไม่เบียดเบียน) คำว่า เนกขัมมะ หมายถึง  การออกจากกาม (กาม มี 2 อย่าง ได้แก่  กิเลสกาม คือ โลภะ ความติดข้องยินดีพอใจ  และวัตถุกาม คือ รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัสทางกาย และที่ตั้งแห่งความติดข้องทั้งหมด)
 
การออกจากกามมี 2 อย่าง  คือ ด้วยการบรรพชา 1 ด้วยข้อปฏิบัติ 1 การออกบวชของผู้ที่เห็นคุณของเนกขัมมะ การเว้นกิจของคฤหัสถ์  ถือเพศบรรพชิต เป็นผู้ไม่ครองเรือน ไม่แสวงหาทรัพย์ ไม่รับเงินและทอง เป็นต้น ชื่อว่า ออกจากวัตถุกามด้วยการบรรพชา ข้อปฏิบัติคือ อุโบสถศีล สมถภาวนา วิปัสสนาภาวนา สติปัฏฐาน เป็นต้น ชื่อว่า ออกจากกิเลสกาม ด้วยข้อปฏิบัติ บางนัยหมายรวมถึงกุศลธรรมทุกประเภทเป็นการออกจากกาม (เนกขัมมะ) ฉะนั้นเนกขัมมะ โดยนัยที่ 2 ในชีวิตประจำวันของคฤหัสถ์ ขณะใด ที่เป็นไปกับกุศลทั้งหลายคือ การให้ทาน การรักษาศีล การฟังธรรม การสนทนาธรรม การเจริญสมถะ การเจริญสติปัฏฐาน เป็นต้น ชื่อว่าเนกขัมมะ อีกอย่างหนึ่ง การค่อย ๆ ออกจากการสะสมวัตถุกาม ด้วยการรู้จักพอ ในสิ่งที่ตนมีอยู่ ไม่แสวงหา หรือสะสมมากจนเกินไป รู้จักยินดีในของที่ตนมีอยู่ ด้วยสันโดษ (พอเพียง) ขณะนั้นก็เริ่มค่อยๆ สะสมเนกขัมมะให้ค่อยๆ มีกำลังขึ้น
 
(ขอบคุณ http://www.dhammahome.com/webboard/topic3855.html)
 
4. ปัญญาบารมี (รู้ถูก เข้าใจถูก เห็นถูกต้องตามความเป็นจริง) บารมีทั้ง 10 นี้จะต้องมีปัญญากำกับอยู่ทั้ง 10 อย่าง เพราะว่าบารมีอื่นเป็นบริวารของปัญญาบารมี
 
5. วิริยะบารมี (ความเพียรพยายามในการเจริญกุศล เจริญความดี)
 
6. ขันติบารมี (ความอดทนต่อสภาพธรรมที่ไม่น่ายินดี อดทนที่จะเจริญกุศลยิ่งๆ ขึ้นไป)
 
7. สัจจบารมี (ความจริงใจ ความตรงต่อกุศล ต่อความดี)
 
8. อธิษฐานบารมี (ความตั้งใจมั่น มั่นคงที่จะเจริญกุศล เจริญความดีเพื่อที่จะขัดเกลาละกิเลส)  ยกตัวอย่างในชีวิตประจำวัน คุณสุรีย์ฟังธรรมะจากทางวิทยุ แล้วถอดเทป แล้วก็พิมพ์บันทึกไว้ ด้วยความตั้งใจมั่น ไม่มีใครขอร้อง แต่ว่าทำเองด้วยฉันทะความพอใจ ที่เป็นกุศล ขณะนั้นมีความมั่นคงที่จะทำอย่างนั้น
 
9. เมตตาบารมี (ปรารถนาดี มุ่งทำประโยชน์ต่อผู้อื่น โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน)
 
10. อุเบกขาบารมี (วางเฉย ไม่ยินดียินร้าย เมื่อประสบกับสิ่งที่น่าพอใจหรือไม่น่าพอใจ)
เมื่อวันศุกร์ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ.2493 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเปล่งพระปฐมบรมราชโองการในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกว่า
 
“เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม”
 
พระองค์ทรงมั่นคงในพระราชปณิธานนี้ตลอดมา (ปัญญา อธิษฐาน สัจจะ เมตตา เนกขัมมะ ศีล อุเบกขา) พระองค์ทรงเริ่มเสด็จไปเยี่ยมเยียนประชาชนที่อยู่ห่างไกลในจังหวัดต่างๆ ทรงรับรู้ปัญหา ความเดือดร้อนของประชาชนในทุกแห่งที่เสด็จไป พระองค์ทรงพระราชทานความช่วยเหลือ (ปัญญา ทาน ศีล เนกขัมมะ ขันติ วิริยะ) จากการพระราชทานสิ่งของแก่ประชาชนผู้เดือดร้อนจากการประสบภัยต่างๆ ผ่านทางมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ทรงชักชวนประชาชนให้ร่วมบริจาคสิ่งของช่วยเหลือ (ปัญญา ทาน ขันติ วิริยะ เมตตา) ผู้ประสบภัยผ่านทางสถานีวิทยุ อ.ส. พระราชวังดุสิต
 
พระองค์ทรงมีวัตถุประสงค์ที่ทรงตั้งสถานีวิทยุ อ.ส. (ย่อมาจาก พระที่นั่งอัมพรสถาน ในพระราชวังดุสิต) เพื่อเปิดโอกาสให้พสกนิกรมีช่องทางในการติดต่อกับพระองค์ได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องผ่านกระบวนการขั้นตอนตามพิธีการเหมือนในสมัยก่อน ทรงใช้สถานีวิทยุเพื่อเป็นสื่อในการประชาสัมพันธ์ติดต่อข่าวสารกับประชาชน และเป็นสื่อสัมพันธ์ระหว่างพระองค์และประชาราษฎร์ ที่ทรงแสดงให้ทราบถึงใจรัก (ปัญญา เมตตา) ที่พระองค์ท่านพระราชทานให้กับประชาชนทั่วทุกคน
 
(ขอบคุณ https://th.wikipedia.org/wiki/สถานีวิทยุ_อ.ส.)
 
โครงการในพระราชดำริต่างๆ ที่พระองค์ทรงทำเพื่อประโยชน์สุขของมหาชนชาวสยาม (ไทย) นั้น พระองค์ทรงใช้สรรพกำลังทั้งหมดของพระองค์ บางครั้งถึงกับทำให้ทรงพระประชวร แต่พระองค์ก็ยังทรงมุ่งมั่นไม่ย่อท้อ และหลายครั้งที่มีผู้คนไม่ยอมรับ ไม่เชื่อในวิธีการที่ทรงแสดงให้เห็นในแต่ละโครงการ แต่พระองค์ยังทรงดำเนินโครงการต่างๆ ในจังหวัดต่างๆ ให้เห็นจนเป็นที่ประจักษ์และยอมรับในที่สุด เช่น โครงการต่างๆ ที่ใช้แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง โครงการฝนหลวง โครงการพลังงานทดแทน โครงการกังหันน้ำชัยพัฒนา โครงการศิลปาชีพ เป็นต้น ที่พระองค์พระราชทานให้แก่ปวงชนชาวไทย และชาวโลก (ทาน ศีล เนกขัมมะ ปัญญา อธิษฐาน สัจจะ ขันติ วิริยะ เมตตา อุเบกขา)
 
ทรงรู้ความประสงค์ของผู้ขอ (ปัญญา ทาน เมตตา) หรือผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ  และทรงพระราชทานทรัพย์สิ่งของหรือความช่วยเหลือต่างๆ ให้แก่ผู้ที่ต้องการได้อย่างทันท่วงที และอย่างดี ทรงให้ความช่วยเหลือแก่ทุกคนที่เดือดร้อน ไม่ว่าจะเดือดร้อนด้วยขาดแคลนทรัพย์สิน ประสพภัยธรรมชาติ การเจ็บไข้ได้ป่วย
 
รวมไปถึง การประกอบอาชีพการเลี้ยงชีพการทำมาหากิน มีโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริทั้งหมด 4,685 โครงการ อยู่ในทุกจังหวัด จังหวัดเชียงใหม่ เป็นจังหวัดที่มีโครงการพระราชดำริมากที่สุด และในกว่า 4 พันโครงการ มีโครงการพระราชดำริเกี่ยวกับน้ำมากที่สุด 3,031 โครงการ จำนวนโครงการแยกตามรายภาค ได้แก่ ภาคกลาง 805 โครงการ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1,178 โครงการ ภาคเหนือ 1,770 โครงการ ภาคใต้ 908 โครงการ อื่นๆ 24 โครงการ
 
(ขอบคุณ ข้อมูลจาก สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ - สำนักงาน กปร. http://www.rdpb.go.th/Projects/ProjectImpListing)
 
ไม่ทรงแสดงความผูกโกรธใคร ทรงมีพระเมตตาต่อทุกคนเสมอกัน ไม่ว่ารวยหรือจน มียศศักดิ์หรือต่ำศักดิ์ พระบรมราโชวาทเป็นธรรมทานที่ตรัสพระราชทานแก่อาณาประชาราษฎร์ในโอกาสต่างๆ  และที่สำคัญคือทรงพระราชทานปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (ปัญญา ทาน ศีล เนกขัมมะ ขันติ วิริยะ เมตตา) พระองค์ทำให้ดูเป็นแบบอย่าง เป็นเสมือนรากฐานของชีวิต รากฐานของแผ่นดิน เหมือนเสาเข็มที่ตอกลงไปในแผ่นดินไทยและทุกประเทศทั่วโลก
 
นอกจากนี้ทรงมีคุณธรรมหรือคุณลักษณะอื่นๆ ที่เป็นเลิศหรือเด่นเป็นพิเศษประกอบร่วมด้วย  เช่น
 
1. ทรงมีพระปรีชาสามารถยิ่ง รอบรู้ในศาสตร์และศิลป์ทั้งปวง ที่ทรงสนพระราชหฤทัย พระองค์ทรงประยุกต์ใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์ให้ประจักษ์ ให้เป็นประโยชน์ต่อทุกคนได้อย่างสมบูรณ์ ดังตัวอย่างในโครงการพระราชดำริทุกโครงการ และพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่ 
 
2. ทรงคุณธรรมของพระราชา คือ ทศพิธราชธรรม สำหรับทศพิธราชธรรม นั้น  ข้อความในพระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก มหาหังสชาดก มีว่า
 
เราตั้งอยู่แล้วในธรรม ๑๐ ประการ จึงไม่สะดุ้งกลัวปรโลก(โลกหน้า) เราเห็นกุศลธรรมที่ดำรงอยู่ในตน เหล่านี้ คือ ทาน ศีล การบริจาค ความซื่อตรง ความอ่อนโยน ความเพียร ความไม่โกรธ (ส่วนเบื้องต้นแห่งเมตตา) ความไม่เบียดเบียน ความอดทน และความไม่พิโรธ (ความไม่ขัดเคือง) แต่นั้นปีติและโสมนัสไม่ใช่น้อย ย่อมเกิดแก่เรา
 
3. พระบุญญาธิการ (บุญที่ได้กระทำไว้มากยิ่ง) เป็นที่ประจักษ์และเลื่อมใสของกษัตริย์และประชาชนทั้งปวง กล่าวคือ เป็นบุรุษ มีพระรูปงาม (ตามยุคสมัย) พระจริยาวัตรงดงาม พระมเหสี พระราชโอรส พระราชธิดา ข้าราชบริพาร ประชาชน เป็นกำลังให้พระราชกรณียกิจต่าง ๆ สำเร็จลุล่วงได้ดังพระราชประสงค์ 
 
4. มีพระราชทรัพย์มาก และทรงใช้ให้เป็นประโยชน์ต่ออาณาประชาราษฎร์ ทรงใช้ข้าวของอย่างประหยัด พอเพียง ไม่ฟุ่มเฟือย เช่น ยาสีฟัน เสื้อ รองเท้า เป็นต้น และทรงบริจาคสิ่งของที่ทรงไม่ใช้แล้ว เช่น เสื้อ รองเท้า เป็นต้น แก่ผู้ที่สมควรได้รับหรือขอพระราชทาน 
 
5. ทรงศึกษาพระธรรม ทรงสนับสนุนการศึกษาพระธรรม ทรงอุปถัมภ์การจัดทำพระไตรปิฎกในรูปแบบต่างๆ เมื่อทรงมีข้อสงสัยในพระธรรม พระองค์ทรงเสด็จเป็นการส่วนพระองค์เพื่อไปตรัสถามจากพระภิกษุผู้แตกฉานในพระธรรมวินัย ทรงเผยแพร่พระธรรม โดยทรงพระราชนิพนธ์ เรื่อง พระมหาชนก (พระชาติที่ทรงบำเพ็ญวิริยบารมี) และจัดทำในหลายรูปแบบเพื่อให้เหมาะกับทุกเพศทุกวัย ฯลฯ
 
ข้าวรพุทธเจ้า เอามโนและศิรกราน นบพระภูมิบาล บุญดิเรกฯ (ข้าพเจ้าทั้งหลาย ซึ่งเป็นข้าของพระองค์ผู้ประดุจดังพระพุทธเจ้า ผู้ตรัสรู้และโปรดมวลมนุษย์ ขอเอาดวงใจและศีรษะก้มน้อมกราบ นบไหว้พระผู้ปกครองแผ่นดิน  ผู้มีบุญญาธิการอันใหญ่หลวงฯ)
 
[ขออภิวาทคุณพระรัตนตรัย กราบขอบพระคุณบิดามารดา ครูอาจารย์ ท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ขอบพระคุณคณะวิทยากรของมูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา บริษัทไทยแวร์ เว็บไซต์ dharma.thaiware.com คุณธรรณพ สมประสงค์ เว็บไซต์และแหล่งข้อมูลที่อ้างอิง ท่านผู้มีพระคุณ และท่านที่เกี่ยวข้องทุกท่าน มา ณ ที่นี้ หากผิดพลาดประการใดโปรดกรุณาให้อภัยด้วย]
 



THAIWARE Dharma | นำข้อมูลบทความออก !  นำข้อมูลออกพิมพ์ !

THAIWARE Dharma | นำข้อมูลออก โดยการพิมพ์ (Print Article by Printable View)    THAIWARE Dharma | นำข้อมูลออกสู่ MS.Word (Export Article to MS.Word)    THAIWARE Dharma | นำข้อมูลออกสู่ ไฟล์เอกสาร PDF (Export Article to PDF Format Document)
 

  • หมวด : บทความธรรมะ
  • ศาสนา : ศาสนาพุทธ
  • คำค้นหา : ในหลวง,
  • วันที่ : October 19, 2017 (21:05:22)
  • จำนวนผู้ชม : 165
  • ที่มา : คุณสิริพร ชาตะปัทมะ
  • ผู้แนะนำ / ผู้ส่ง : คุณสิริพร ชาตะปัทมะ
THAIWARE Dharma | กลับสู่หน้าแรก ไทยแวร์ธรรมะ
 

 

 

 

  THAIWARE Dharma | ส่งความคิดเห็นจากทางบ้าน !
หัวข้อ เนื้อหา ข้อตกลง
  ความคิดเห็น* :

หมายเหตุ : กรอกรายละเอียดของบทความเข้าไป (ไม่รับ HTML Code) สามารถกด Enter ขึ้นบรรทัดใหม่ได้
  ห้ามโพสข้อความ !

  ที่มีการพาดพิงถึงสถาบัน พระมหากษัตริย์และราชวงศ์

  ที่ก่อให้เกิดความเสียหาย หรือส่งผลต่อ ความมั่นคงของประเทศ

  ที่ส่อไปทางลามก อนาจาร หรือผิดศีลธรรม

  ที่ถือเป็นการ ละเมิดลิขสิทธิ์ ผิดกฎหมาย

  ที่เป็นความผิด เกี่ยวกับการก่อการร้าย ตามประมวลกฎหมายอาญา

  ที่มีการพาดพิงถึงสถาบัน พระมหากษัตริย์และราชวงศ์

  ที่ผิดต่อ พรบ. ว่าด้วยการกระทำผิด เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๑
  ชื่อ / อีเมล์* :

หมายเหตุ : "นาย สมชาย รักธรรม" หรือ "somchai.r@gmail.com"
  รหัสยืนยัน* :

 
ฉันยอมรับข้อตกลงที่กล่าวมา ภายในหน้านี้ ทั้งหมด
 
Thaiware Communication Co.,Ltd.

Thaiware Communication Co.,Ltd.

Copyright 1999-2017 Thaiware.com All rights reserved.
E-Commerce Registration Number : 0108414736771
เลขประจำตัวผู้เสียภาษี / Tax ID : 010-554-707-3996